กลับหน้าแรก
 
                                     1.      เมื่อมีคนเกิดในบ้าน   ให้เจ้าบ้านหรือบิดามารดา หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียน ผู้รับแจ้งแห่ง

ท้องที่ที่เกิดภายใน  15  วัน  นับแต่วันเกิด

                                    2.  เมื่อมีคนเกิดนอกบ้าน  ให้บิดาหรือมารดา หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียน  ผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่เกิด หรือแห่งท้องที่ที่พึงได้ใน  15  วัน  นับแต่วันเกิด หรือในกรณีจำเป็นไม่อาจแจ้งได้ตามกำหนด ให้แจ้งภายหลังได้  แต่ต้องไม่เกิน  30  วัน นับแต่วันเกิด

     

1.      สำเนาทะเบียนบ้าน  ( ฉบับเจ้าบ้าน )

2.      บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง  บัตรประจำตัวประชาชนของบิดามารดา  ( ถ้ามี )

3.      หนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล  ( ถ้ามี )

4.      หนังสือยินยอมให้บุตรใช้ชื่อสกุลของบิดา ( กรณีไม่จดทะเบียนสมรส )

     

1.      ผู้แจ้งยื่นเอกสารและหลักฐานต่อนายทะเบียน

2.นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐานกับทะเบียนบ้านและลงรายการในสูติบัตรทั้ง  3  ตอน  แล้วเพิ่มชื่อเด็กในทะเบียนและสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้วจึงมอบสูติบัตร ตอนที่1  และสำเนาทะเบียนบ้านให้กับผู้แจ้ง

 

เป็นการแจ้งการเกิดเมื่อเวลาผ่านพ้นไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้  ( 15 วัน )  ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน  1,000  บาท

       

1.      สำเนาทะเบียนบ้าน

2.      บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง  บัตรประจำตัวประชาชนของบิดามารดา  ( ถ้ามี )

3.      หนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล   ( ถ้ามี )

       

นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐานแล้วเปรียบเทียบคดี       ความผิด     และสอบสวนผู้แจ้ง บิดา มารดาให้ทราบสาเหต

ที่ไม่แจ้งการเกิดภายในเวลาที่กำหนด  ในกรณีที่บิดาหรือมารดาไม่อาจมาให้ถ้อยคำในการสอบสวนได้  ไม่ว่าจะด้วยกรณีใด  นายทะเบียนจะบันทึกถึงสาเหตุดังกล่าวไว้ หากผู้แจ้งเกิดเกินกำหนดอายุตั้งแต่เกิดถึงวันที่ยื่นคำร้องไม่เกิน  7  ปี  อำนาจการอนุมัติเป็นของนายทะเบียนท้องถิ่น / นายทะเบียนอำเภอ  แต่ถ้าผู้ยื่นคำร้องขอแจ้งเกิดเกินกำหนดอายุถึงวันยื่นคำร้องเกิน  7  ปี  อำนาจอนุมัติเป็นของนายอำเภอ  โดยสำนักทะเบียนที่รับเรื่องรวบรวมเรื่อง และนำเสนอนายอำเภออนุมัติออกสูติบัตรต่อไป

 

                                     1.  เมื่อมีคนตายในบ้าน  ให้เจ้าบ้านเป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่มีคนตายภายใน  24  ชั่วโมง  นับแต่เวลาตาย 
ในกรณีไม่มีเจ้าบ้านให้ผู้พบศพแจ้งภายใน  24  ชั่วโมง  นับแต่เวลาพบศพ

                                     2.  เมื่อมีคนตายนอกบ้านให้ผู้ที่ไปกับผู้ตาย หรือผู้พบศพเป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่ตาย หรือพบศพ หรือ
แห่งท้องที่ที่พึงแจ้งได้ภายใน  24  ชั่วโมง  นับแต่เวลาตายหรือพบศพ  ในกรณีนี้จะแจ้งต่อพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจก็ได

       

1.      สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่คนตายมีชื่อ และรายการบุคคล  ( ถ้ามี )

2.      หนังสือรับรองการตายจากโรงพยาบาล  ( ถ้ามี )

3.      บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง

       

1.      ผู้แจ้งยื่นเอกสาร และหลักฐานต่อนายทะเบียน      เพื่อตรวจสอบและลงรายการในมรณบัตร

2.      จำหน่ายชื่อผู้ตายออกจากทะเบียนบ้าน  โดยจะประทับคำว่า ตาย   สีแดงไว้หน้ารายการคนตาย

3.      มอบมรณบัตร  ตอนที่  1  ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนคืนผู้แจ้ง

 

เมื่อมีผู้ย้ายเข้าหรือย้ายออก  ให้เจ้าบ้านเจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งภายใน   15   วัน   นับแตวันที่ผู้นั้นย้ายออก

  โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น

       

1.      สำเนาทะเบียนบ้าน  ( ฉบับเจ้าบ้าน )

2.      บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน

3.      หนังสือมอบอำนาจจากเจ้าบ้าน  ( ถ้ามี )

4.      บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน

5.      ใบแจ้งการย้ายที่อยู่  ( ท.ร. 6 )  ตอนที่  1  และตอนที่  2

       

1.      ยื่นเอกสารและหลักฐานต่อนายทะเบียนท้องที่ที่จะย้ายเข้า

2.      นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐาน และรายการใบแจ้งการย้ายที่อยู่และเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้าน 
( ฉบับเจ้าบ้าน )  โดยตรวจสอบรายการให้ถูกต้องตรงกัน และมอบสำเนาทะเบียนบ้าน และหลักฐานคืนให้ผู้แจ้ง

 

หลักฐานที่ใช้ในการแจ้งย้ายออก

1.      สำเนาทะเบียนบ้าน  ( ฉบับเจ้าบ้าน )

2.      บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน

3.      หนังสือมอบอำนาจจากเจ้าบ้าน  ( ถ้ามี )

4.      บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน  ( กรณีมอบอำนาจ )

5.      บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ย้ายที่อยู่  กรณีแจ้งย้ายที่อยู่ของตนเอง  ทั้งนี้ผู้ย้ายที่อยู่สามารถร้องขอทำหน้าที่เจ้าบ้าน  เพื่อแจ้งย้ายที่อยู่ของตนเองได้

                                               ขั้นตอนการติดต่อ

1.     ยื่นเรื่องต่อนายทะเบียนท้องที่ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน( ถึงแม้ว่าเจ้าของบ้านไม่สามารถไปแจ้งย้ายออกให้ได้ผู้ที่อยู่สามารถขอทำหน้าที่เจ้าบ้าน  เพื่อย้ายชื่อตนเองออกได้

2.     นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐาน และรายการบุคคลที่จะย้ายออกลงรายการในใบแจ้งการย้ายที่อยู่และจำหน่ายรายการบุคคลที่ย้ายออกในทะเบียนบ้าน และสำเนาทะเบียนบ้าน ( ฉบับเจ้าบ้าน ) โดยจะประทับคำว่า  ย้าย   สีน้ำเงินไว้หน้ารายการ และระบุว่าย้ายไปที่ใด

3.      นายทะเบียนมอบหลักฐานการแจ้งคืนผู้แจ้ง  พร้อมทั้งใบแจ้งการย้ายที่อยู่ตอนที่ 1 และ 2 เพื่อนำไปแจ้งย้ายเข้าต่อไป

 

ผู้ที่ย้ายที่อยู่สามารถไปแจ้งย้ายออกและย้ายเข้า    ณ สำนักทะเบียนแห่งที่อยู่ใหม่      โดยไม่ต้องเดินทางกลับไปแจ้งย้ายออก

จากทะเบียนบ้านเดิม  ทั้งนี้ผู้ย้ายที่อยู่ควรเป็นผู้แจ้งย้ายด้วยตนเอง

      

1.      สำเนาทะเบียนบ้าน  ( ฉบับเจ้าบ้าน )  ของบ้านที่จะย้ายเข้า

2.      บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้านที่จะย้ายไปอยู่ใหม่ พร้อมคำยินยอมเป็นหนังสือเจ้าบ้าน

3.      บัตรประจำตัวประชาชน

       

1.      ยื่นหลักฐานต่อนายทะเบียนท้องที่ที่จะย้ายเข้า

2.      นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐาน และลงรายการในใบแจ้งการย้ายที่อยู่  โดยให้ผู้แจ้งลงลายมือชื่อบนช่อง
ผู้แจ้งย้ายออกและช่องผู้แจ้งย้ายเข้า สำหรับช่องเจ้าบ้านผู้ยินยอมให้ย้ายเข้าให้เขียนชื่อ
สกุลบรรจง  และเสียค่าธรรมเนียม 
5  บาท

3.      ใช้เวลาดำเนินการประมาณ  15  วัน  ( สำนักทะเบียนที่ยังไม่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ )

4.      ใช้เวลาดำเนินการประมาณ  10  นาที  ( สำนักทะเบียนที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ )

 

 
 

      กรณีขอมีบัตรครั้งแรก

1.      ผู้มีสัญชาติไทย  อายุตั้งแต่  15  ปีบริบูรณ์  ต้องขอมีบัตรประจำตัวประชาชน หากไม่ขอมีบัตรภายใน  60  วัน  จะถูกปรับไม่เกิน  500  บาท

2.      ยื่นคำขอที่อำเภอ  กิ่งอำเภอ  เขต  หรือเทศบาลที่ตนเองมีชื่อในทะเบียนบ้าน

3.      ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด

หลักฐานทำบัตรประจำตัวประชาชน

1.       สำเนาทะเบียนบ้าน

2.      แสดงหลักฐานอื่นที่ทางราชการออกให้ เช่น ใบเกิด ใบสุทธิ  เพื่อแสดงว่าเป็นบุคคลเดียวกับผู้มีชื่อในทะเบียนบ้าน

3.      กรณีเป็นบุตรบุคคลต่างด้าว ต้องมีหนังสือสำคัญประจำตัวบุคคลต่างด้าวของบิดามารดาด้วย

4.      กรณีไม่มีหลักฐานตาม ข้อ. 2  ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือมารับรอง

กรณีบัตรเดิมชำรุด

            เมื่อบัตรเดิมหมดอายุ  ผู้ถือบัตรต้องขอมีบัตรภายใน   60  วัน   นับแต่วันที่บัตรเดิมหมดอายุ  โดย

ไม่เสียค่าธรรมเนียม  หากไม่ขอมีบัตรภายในกำหนด  60  วัน  จะถูกปรับไม่เกิน  200  บาท

                                หลักฐานที่ใช้กรณีบัตรเดิมที่ชำรุด

1.      สำเนาทะเบียนบ้าน

2.      บัตรประจำตัวประชาชนเดิมที่หมดอายุ

กรณีบัตรหายหรือบัตรถูกทำลาย

                -  เขตกรุงเทพมหานคร      แจ้งความต่อสถานีตำรวจ

                -  ต่างจังหวัด                        แจ้งความที่อำเภอ    กิ่งอำเภอ    เทศบาล    แจ้งที่สำนักทะเบียนท้องถิ่น 

หรือสถานีตำรวจ  ให้ยื่นเรื่องขอมีบัตรใหม่ภายใน  60  วัน  นับแต่วันที่บัตรเดิมหาย  หรือถูกทำลาย  หากเลยกำหนดจะเสียค่าปรับไม่เกิน  200  บาท

 

 


เทศบาลตำบลวังทอง
ถ.พิษณุโลก - หล่มสัก อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 65130
โทรศัพท์ 0-5531-2999
Copyright wt.go.th All rights reserved
Thailand Web Stat